แบรนเนอรื

แบรนเนอรื

8 ก.ค. 2554

แปดกรกฏ วันสถาปนามหาวิยาลัยบูรพา

             วิ่งประเพณีเขาสามมุข เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาของนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา โดยจัดให้มีขึ้นในวันที่ 8 กรกฎาคม ของทุกปี เพื่อรำลึกถึงวันสถาปนามหาวิทยาลัย จะจัดให้ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันได้เข้าร่วมกิจกรรม ประเพณีนี้นิสิตที่นี่เค้าเล่ากันต่อๆมาว่า ถ้าได้เรียนที่ ม.บูรพาจะต้องเข้าร่วมประเพณีวิ่งเขาสามมุข ถ้าไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ ก็จะเรียนไม่จบ นี่เป็นความเชื่ออีกอย่างหนึ่งที่ชาวบูรพาเล่าต่อๆกันมา
        กิจกรรมการวิ่งประเพณีเขาสามมุขนี้ จะเริ่มตั้งแต่ในยามเช้าตรู่โดยจะมีรถมารับนิสิตจากหน้าอาคาร ภปร.ไปส่งเชิงเขาสามมุขที่เป็นจุดสตาร์ท จากนั้นจะมีการปล่อยตัวนักวิ่ง ประเพณีเขาสามมุขสู่มหาวิทยาลัยบูรพา โดยเส้นทางในการวิ่ง จะวิ่งจากเขาสามมุข ผ่านแหลมแท่น สู่ถนนเลียบชายหาดบางแสน ผ่านวงเวียนบางแสน เข้าสู่ถนนหน้ามหาวิทยาลัย จุดเส้นชัยจะอยู่ที่บริเวณสวนสวนเทา–ทอง 50 ปี จุดนี้เองเป็นจุดสำคัญสำหรับนิสิตอย่างเราๆ เพราะบริเวณเส้นชัยนี่เอง ที่มีความเชื่อมาหลายต่อหลายรุ่นแล้วว่า ถ้าได้เหยียบตัว A ตรงคำว่า GOAL ผลการเรียนของเราก็จะได้ A ด้วย ถึงจะเป็นเรื่องของความเชื่อ แต่ทุกปีที่วิ่งประเพณีตัว A ก็จะถูกเหยียบจนสีจางไปเลยทีเดียว
            ในการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาก็เพื่อส่งเสริมให้นิสิตมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง รู้รักสามัคคีแล้ว ทางมหาวิทยาลัยได้จัดให้มีการมอบถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะในการวิ่งเขาสามมุข เป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่นิสิตที่ชนะสามารถวิ่งจากเขาสามมุขมาถึงมหาวิทยาลัยเป็นคนแรก เมื่อวิ่งมาถึงมหาวิทยาลัยแล้วจะได้ยินเพลงแห่งความภาคภูมิใจ นั่นคือ เพลง แปดกรกฎ




ความประทับใจจากการวิ่งเขาสามมุขครั้งนี้
               ข้าพเจ้าดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมในประเพณีที่สืบต่อกันมายาวนานของมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นประเพณี ที่นับว่าเป็นประสบการณ์สำคัญที่นิสิตชั้นปีที่ 1 จะได้ทำร่วมกันทั้งมหาวิทยาลัย
               บรรยากาศก่อนการวิ่ง นิสิตทุกคนจะง่วงมากและหลับกันข้างถนบริเวณนเชิงเขาสามมุข ซึ่งเป็นภาพที่ เมื่อย้อนระลึกถึง ก็อดที่จะขำไม่ได้ โดยคณะศึกษาศาสตร์ จะมีพี่ลีดมะพร้าว มาร้องเต้น สร้างความบรรเทิง แต่ก็แทบจะไม่มีใครสนใจเลย เพราะความง่วงมาก เอกของข้าพเจ้า คือ เอกการสอนสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จะมีรุ่นพี่ชั้นปีมาร่วมวิ่งกับน้องๆด้วย บรรยากาศในการวิ่งก็เป็นไปอย่างสนุกสนาน เกิดการแย่งชิงตาลปัตร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำเอก ที่ต้องถือเป็นประจำ โดยปีหนึ่งจะต้องรักษาตาลปัตรไว้ให้ดีที่สุด ห้ามตกไปอยูในมือของรุ่นพี่เป็นอันขาด จึงมีการวิ่งไป เดินไป  ทั้งเอกไปพร้อมกัน บรรยากาศยามเช้าเลียบชายทะเล แดดไม่ร้อนมาก ก็เอื้ออำนวยให้การวิ่งเขาสามมุขครั้งนี้เป็นไปอย่างปกติดี สนุกสนาน บางทีก็ร้องเพลง บางทีก็ตะโกน ว่าสังคม เพื่อแสดงศักยภาพของเอก  และเมื่อเดินไปถึงมหาวิทยาลัย ก็รอเอกอื่นเพื่อที่จะเดินเข้าเส้นชัยพร้อมกันทั้งคณะ  คณะศึกษาศาสตร์นั้น มีเอกลักษณ์ คือ การเดินจับมือกัน ทำให้ภาพในการเดินเข้าเส้นชัยนั้นสวยงามมาก  ทุกคนจะมีความสุขและหายเหนื่อยขึ้นมาทันทีที่ได้เหยียบตัวเอ สัญลักษณ์ที่เขารอคอย จากประสบการณ์การวิ่งเขาสามมุขในครั้งนี้ จึงทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขและประทับใจเป็นอย่างมาก 





         

7 ก.ค. 2554

มหาวิทยาลัยบูรพา



มหาวิทยาลัยบูรพา

                                                  
                                                     
อักษรย่อ   :    มบ. / BUU
ชื่อภาษาอังกฤษ    :    Burapha University
  วันสถาปนา    :    8   กรกฎาคม พ.ศ. 2498 (วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน)
         29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 (มหาวิทยาลัยบูรพา)
ประเภท    :    มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
นายกสภาฯ    :   ศ.กิตติคุณ ดร.เกษม สุวรรณกุล
อธิการบดี    :    ศ.ดร.สุชาติ อุปถัมภ์
เพลงสถาบัน   :     มาร์ชมหาวิทยาลัยบูรพา
สีประจำสถาบัน    :    เทา , ทอง
ต้นไม้    :     ต้นมะพร้าว

           ความเป็นมาก่อนที่จะก่อตั้งเป็น มหาวิทยาลัยบูรพานั้น ได้เริ่มในปี พ.ศ. 2492 โดยมีการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงขึ้น ณ ซอยประสานมิตร อำเภอพระโขนง จังหวัดพระนคร ต่อมาในปี พ.ศ. 2497 ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น วิทยาลัยวิชาการศึกษาในปี พ.ศ. 2498 ได้ขยายวิทยาเขตออกไปอีก 2 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยวิชาการศึกษาปทุมวัน และวิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน
           เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 ได้ก่อตั้ง วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน ขึ้นซึ่ง ชาววิทยาลัยวิชาการศึกษาบางแสนถือว่า วันที่ 8 กรกฎาคม หรือเรียกว่า "แปดกรกฎ" ของทุกปีเป็นวันคล้าย วันสถาปนามหาวิทยาลัย จัดเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศ ที่ตั้งอยู่ส่วนภูมิภาคกำหนดหลักสูตร 4 ปี ผู้เรียนสำเร็จตามหลักสูตรได้รับปริญญาการศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.) ต่อมาในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2499 ได้รับโอนโรงเรียนพิบูลบำเพ็ญ ต.แสนสุข ชลบุรี เพื่อปรับปรุงให้เป็นโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัย โดยใช้ชื่อโรงเรียนใหม่ว่า โรงเรียนสาธิต"พิบูลบำเพ็ญ" วิทยาลัยวิชาการศึกษาบางแสน ในปี พ.ศ. 2501 บัณฑิตรุ่นแรก จำนวน 35 คน สำเร็จการศึกษา ต่อมาในปี พ.ศ. 2505 ได้เปิดรับนักศึกษาบุคคลภายนอก ผู้มีวุฒิ ป.ม. หรือ พ.ม. หรือ อ.กศ. ป.กศ.สูง หรือเทียบเท่าเข้าศึกษาภาคสมทบในหลักสูตร การศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.)
       ในปี พ.ศ. 2512 ได้มีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สัตว์และสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็มขึ้น และเปิดให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าชมเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2515 กรมสามัญศึกษาได้โอนอาคารเรียน ที่ดินและสิ่งก่อสร้างของวิทยาลัยบางแสนให้เป็นส่วนหนึ่งของวิทยาลัยวิชาการศึกษา ในวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2517 วิทยาลัยวิชาการศึกษาได้รับการเปลี่ยนฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒโดยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดังนั้น วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน จึงมีฐานะเป็น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตบางแสนและได้มีการปรับปรุงกิจการดำเนินการของมหาวิทยาลัย ขึ้นตามลำดับ
     ในปี พ.ศ. 2531 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ยกฐานะมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตบางแสน เป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 คณะรัฐมนตรีรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยบูรพา สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยบูรพา ลงมติรับหลักการและส่งให้คณะกรรมาธิการการศึกษาสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการจนกระทั่ง ในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 จึงได้รับ การยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยบูรพาโดยประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 107 ตอนที่ 131
                                             
      สัญลักษณ์ต่างๆของมหาวิทยาลัยบูรพา

        
          ตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยบูรพา มีสองแบบ ไม่จำกัดสีและขนาด ลักษณะและส่วนประกอบของตรา          เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยบูรพามีสองแบบดังนี้

แบบที่หนึ่ง  เป็นวงกลมซ้อนกันสองวง วงกลมในมีรูปเลขไทย “๙” อยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยกนกเปลวเพลิงด้านบนมีรัศมีประกอบแปดแฉก ด้านล่างของเลข ๙ เป็นเส้นโค้งสามเส้น วงกลมนอกเบื้องบนมีคำว่า “สุโข ปญฺญาปฏิลาโภ” เบื้องล่างมีคำว่า “มหาวิทยาลัยบูรพา”
แบบที่สอง เป็นวงกลมซ้อนกันสองวง วงกลมในมีรูปเลขไทย “๙” อยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยกนกเปลวเพลิงด้านบนมีรัศมีประกอบแปดแฉก ด้านล่างของเลข ๙ เป็นเส้นโค้งสามเส้น วงกลมนอกเบื้องบนมีคำว่า “มหาวิทยาลัยบูรพา” เบื้องล่างมีคำว่า “BURAPHA UNIVERSITY” ความหมายของ ตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยบูรพา มีดังนี้
       (๑) ตราเป็นรูปทรงกลม ล้อมรอบด้วยชื่อมหาวิทยาลัย และพุทธศาสนสุภาษิตประจำมหาวิทยาลัยว่า “สุโข ปญฺญาปฏิลาโภ”             มีความหมายว่า ความได้ปัญญาให้เกิดสุข
       (๒) ตรงกลางเป็นรูปเลขไทย “๙” หมายถึง รั  ชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน
       (๓) มีกนกเปลวเพลิงล้อมรอบ หมายถึง ความรุ่งโรจน์และรุ่งเรือง
       (๔) รัศมีประกอบมี ๘ แฉก หมายถึง จังหวัดในภาคตะวันออก ๘ จังหวัด และฐานเดิมทั้ง ๘ วิทยาเขตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
       (๕) ด้านล่างเป็นเส้นโค้ง หมายถึง ความเคลื่อนไหวและการพัฒนาไม่มีที่สิ้นสุด




 สีประจำมหาวิทยาลัย

สีเทา - ทอง
         
            สีเทา    หมายถึง ความเจริญทางสติปัญญา
            สีทอง   หมายถึง คุณธรรม 
                                                        
                                     เพลงมาร์ชมหาวิทยาลัยบูรพา

                                                                           



 

4 ก.ค. 2554

ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาตั้งแต่แรกถึงปัจจุบัน



       จากตั้งแต่วันแรกที่ได้เรียนวิชาเทคโนโลยีการศึกษา ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมามากมายหลายอย่าง
ซึ่งเป็นความรู้ที่สมควรรู้เป็นอย่างมาก ทั้ง ความหมายของเทคโนโลยีการศึกษา ขอบข่ายของเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ขอบข่าย คือ
            - การออกแบบ
            - การพัฒนา
            - การใช้สื่อ
            - การจัดการ
            - การวิเคราะห์
      ซึ่งความรู้เรื่องนี้เป็นประโยชน์มากต่อการวางแผนการสอนในอนาคตได้เป็นอย่างดี 
      และยังได้รู้แนวคิดของเทคโนโลยีการศึกษา 3 ด้าน คือ
             แนวคิดที่ 1 โสตทัศนศึกษา
             แนวคิดที่ 2 วิธีการและวัสดุอุปกรณ์ วิธีระบบ
             แนวคิดที่ 3 เป็นเรื่องรายบุคคล
      ได้รู้เกี่ยวกับวิธีระบบและการจัดการระบบ ซึ่ง ประกอบไปด้วย 5 ระบบ ทำให้เรารู้จักการรจัดการงานต่างๆได้อย่างเป็นระบบระเบียบ รู้จักลักษณะของระบบที่ดี รู้จักการวิเคราะห์ปัญหา และแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ สามารถนำไปใช้สำหรับการเรียนการสอนต่อไปได้เป็นอย่างดี รู้รูปแบบการสอนและพัฒนาการสอน
       
       อีกทั้งยังได้รู้เกี่ยวกับความหมายของการสื่อสาร ความยหมายของนวัตกรรม ประโยชน์ของนวัตกรรม ได้ทำรายงานเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ของเรื่องนวัตกรรม ซึ่งทำให้ได้ความรู้จากประสบการณืจริงของผู้ที่เคยค้นคว้ามาก่อนแล้ว จึงทราบถึงการนำนวัตกรรมไปใช้ในชีวิตจริง 
      ระหว่างการเรียนก็จะได้ดูสื่อการสอนที่เป็นวีดีโอ ภาพยนตร์สั้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นละครคุณธรรมทำให้เกิดการจรรโลงใจ มีข้อคิดดีๆมากมาย โดยเมื่อดูเสร็จแล้วก้ต้องวิเคราะห์ปัญหาหรือสถาณการณ์ที่เกิดในเรื่อง เป็นการฝึกการคิดวิเคราะห์ และยังฝึกการแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับเราให้เป้นระบบได้อีกด้วย





      นับจากวันที่เรียนวันแรกถึงวันนี้ ความรู้ที่มี นำไปใช้ประโยชน์ได้เยอะ แต่ละคาบก็จะมีการเรียนการสอนคนละบทกัน ทำให้การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ซ้ำซากจำเจ  ซึ่งนับว่าเป็นการดีที่นักเรียนครูจะต้องศึกษาเทคโนโลยีไว้ เพื่อนำไปใช้ในการสอนในวะนข้างหน้า ตนเองจะได้พัฒนาตลอดเวลา อีกทั้งเด็กนักเรียน ยังได้เรียนรู้ด้วยความเข้าใจมากขึ้น ไม่ใช่แต่เพียงฟังเพียงอย่างเดียง ยังได้สัมผัสถึงเรื่องราวต่างๆได้ง่ายขึ้น ครูและลูกศิยืก้มีข่องทางในการติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายขึ้น ส่งงานนอกเวลา มีการถาม ตอบ แสดงความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะได้ตามต้องการ

      จากที่กล่าวมา นับได้ว่าเทคโนโลยีการศึกษาได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาดิฉันและเยาชนทุกคนได้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารที่ไร้พรมแดน การศึกษาการเรียนรู้ที่จะเกิดได้ทุกที่ทุกเวลาที่เราต้องการ มีแหล่งความรู้ที่รอให้เราเข้าไปค้นหาอีกจำนวนไม่น้อย ถ้าเราตามเทคโนโลยีทัน เราก็จะสามารถพัฒนาตนเองได้ตลอดเวลา และเมื่อเราพัฒนาตนเองแล้ว เราก็สามารถนำความรู้ที่มีไปใช้พัฒนาคนอื่น  และเมื่อทุกคนพัฒนา ตามทันเทคโนโลยี ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ นำเทคโนโลยีมาใช้เกี่ยวกับการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประเทศชาติของเราก็จะพัฒนาไปด้วย

ตัวอย่างละครคุณธรรม ที่เป็นหนึ่งในสื่อการสอน

http://www.youtube.com/watch?v=lTwC0sLiYns


                                            ละครฟื้นฟูศีลธรรมโลก เรื่อง จ่อย นายแน่มาก
                                                   (เป็นเพียงบางส่วนของละครเท่านั้น)


http://www.youtube.com/watch?v=kGPfQFSAZh4&feature=related


                                  ละครเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง อาม่า
                                                   (เป็นเพียงบางส่วนของละครเท่านั้น)


       นอกจากนี้ ยังมีรายการโทรทัศน์ครู ซึ่งเป้นรายการที่ทางมหาวิทยาลัยเป็นแม่ข่ายอยู่ในขณะนี้ เราสามารถเข้าไปดูรายการ ซึ่งประกอบไปด้วยสาระประโยชน์มากมาย ที่คนเรียนครูควรเจข้าไปศึกษาหาความรู้ และก้สามารถเข้าไปดูได้อย่างง่ายดาย ก็เนื่องมาจากเทคโนโลยีการศึกษานี่เองที่ทำให้เราศึกษาหาความรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ตัวอย่างรายการโทรทัศน์ครู


http://www.youtube.com/watch?v=ppnqrG1HrjU

http://www.youtube.com/watch?v=UUPbNm5iO84&feature=related

http://www.youtube.com/watch?v=W_HURxqjGes&feature=related

http://www.youtube.com/watch?v=OyNX0dqCCro&feature=related

Education Technology my Dream

              

แรงจูงใจ... สำหรับการเรียนวิชาเทคโนโลยีการศึกษานั้น ก่อให้เกิดประโยชน์อันมหาศาลแก่ดิฉันมาก ดิฉันได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆที่ไม่เคยรู้มาก่อน ทำให้เป็นแรงจูงใจให้ดิฉันสนใจที่จะเรียน เพื่อที่จะได้เพิ่มพูนความรู้ และรู้เท่าทันเทคโนโลยีใหม่ๆได้ การเรียนก็เป็นไปด้วยความสนุกสนาน มีการฝึกปฏิบัติจริง ออกพื้นที่ ซึ่งช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี 
ความฝัน...ดิฉันมีความใฝ่ฝันว่า ดิฉันจะสามารถเรียนรู้วิชานี้ได้เป็นอย่างดีและนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการสอนของดิฉัน  เด็กนักเรียนของดิฉันจะต้องมีความตื่นตาตื่นใจกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ดิฉันนำมาทำเป็นสื่อการสอน ไม่ว่าจะเป็น ภาพ เสียง และกราฟิก แอนนิเมชัน ต่างๆ และสามารถได้ความรู้ และประสบการณ์ รวมถึงเข้าใจเรื่องราวที่ฉันสอนเป็นอย่างดี อีกทั้งดิฉันยังใฝ่ฝันว่าการเรียนเทคโนโลยีจะนำพาดิฉันไปสู่โลกแห่งความล้ำสมัย ความบันเทิงต่างๆ สามารถเรียนรู้อะไรก้ได้เพียงในเวลาไม่กี่วินาที  และเพียงแค่แค่ใช้ปลายนิ้วคลิกเท่านั้น ทุกคนบนโลกนี้ติดต่อสื่อสารกันได้แม่จะอยู่ห่างไกลกันเพียงใดก็ตาม อีกทั้งระบบวิธีการต่างๆที่ได้จากการเรียนนี้ยังจะช่วยให้ดิฉันวางแผนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เด็กนักเรียนจะได้เรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่นามธรรม ดิฉันจึงอยากที่จะเรียนเทคโนโลยีการศึกษาให้เก่งๆ เรียนให้ครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบกราฟิค โปรแกรมต่างๆ เว็บเพจ โซเชียลเน็ตเวิร์ค ทุกประเภท เพื่อจะได้ ไม่ตกกระแส สามารถนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาตนเอง พัฒนาการเรียนสอน และพัฒนาเด้กนักเรียนที่ดิฉันสอนได้เป็นอย่างดี